If they didn't discover...
posted on 23 Feb 2010 15:05 by geminigemหากมนุษย์ถ้ำคนนั้นไม่ค้นพบไฟ ก็คงไม่มีวิวัฒนาการต่อ ๆ มา
หากไม่มีวิวัฒนาการ เราก็คงไม่ได้ออกจากถ้ำ
หากไม่ได้ออกจากถ้ำ ก็จะไม่มีการสร้างบ้านแปลนเมือง
หากไม่ได้สร้างบ้านแปลนเมือง ก็จะไม่มีบ้านอันแข็งแรงให้พักพิง
หากไร้ซึ่งบ้านให้พักพิง ก็คงไม่มีเวลานั่งปล่อยอารมณ์ตามสบาย
หากไม่มีเวลานั่งปล่อยอารมณ์ตามสบาย นิวตันคงไม่ค้นพบแรงดึงดูด
หากไม่ค้นพบแรงดึงดูด ก็จะไม่มีข้อเท็จจริงด้านฟิสิกส์หลาย ๆ อย่างเกิดขึ้น
หากไม่มีข้อเท็จจริงเหล่านั้น นักวิทยาศาสตร์คงไม่อาจสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้
หากไม่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ความก้าวหน้าทั้งด้านฟิสิกส์ เคมี และวิทยาศาสตร์ชีวภาพคงหยุดนิ่ง
หากไม่มีความก้าวหน้าเหล่านั้น...
ชีวิตมนุษย์คงไม่ยืนยาวได้เช่นทุกวันนี้ :
สภาพแวดล้อมแบบถ้ำมันอันตราย รวมถึงไม่มียาที่มีประสิทธิภาในการรักษาโรค
(ข้อเท็จจริงจาก Q.E.D. เล่ม 28 ชาวอียิปต์โบราณมีอายุเฉลี่ยราว 40 ปี)
ความเป็นอยู่ของมนุษย์คงไม่สะดวกสบายเช่นทุกวันนี้ : ไม่มีรถ ไม่มีคอมพิวเตอร์
ไม่มีโทรศัพท์มือถือ และเอาง่าย ๆ เลย ไม่มีชักโครกและทิชชู !!!
เวลาในหนึ่งวันของมนุษย์ก็จะไม่หมดไปกับการก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงิน :
ไม่มีระบบเงิน ไม่มีบริษัท ไม่มีหนี้มีสิน
การละเล่นเพื่อผ่อนคลายจะไม่ใช่การดูโทรทัศน์ เดินห้าง อ่านการ์ตูน เล่นเฟซบุ๊คอีกต่อไป :
อาจกลายเป็นการแข่งกันว่าใครจะจับกระต่ายได้มากกว่าแทน
ปัญหาโลกร้อนจะหมดไป : ประการแรก เราจะไม่มีปัญญาไปตรัสรู้ว่าโลกร้อนขึ้น
ประการที่สอง มันไม่มีสาเหตุให้เกิดก๊าซเรือนกระจกไง
ไม่มีเหตุเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด หาผลประโยชน์ใส่ตัว เพื่อฐานะทางสังคม :
เพราะแค่หาอาหารเก่งก็เจ๋งแล้ว จะหาของนอกกายไปทำไม
คิด ๆ ไป ถึงจะลำบาก แต่ถ้าเราเกิดในยุคหินจริง ๆ เราก็คงไม่รู้หรอก ว่ามีไอ้ที่สบายกว่านี้อยู่
วัน ๆ คงออกป่าล่าสัตว์กันไปเรื่อย ไม่เครียดดีเนอะ
ไม่ต้องเจอความกดดันว่าต้องเรียนเก่ง ๆ
สอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ มีงานดี ๆ ทำ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีหน้ามีตา มีชื่อเสียง
ดีคนละแบบ แย่คนละแบบ
แต่อย่างน้อย...ถ้าอยู่ยุคหินก็ไม่ต้องอ่านหนังสือสอบเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้นะว้อยยยยยยยยยยยยยยยย
(จบ)
edit @ 23 Feb 2010 15:46:31 by geminigem
edit @ 23 Feb 2010 15:51:15 by geminigem
อาละวาดยามสอบ
posted on 18 Feb 2010 12:59 by geminigem
มาค่ะ ทุกคน ไปรวบรวมกระต่ายมาให้มากที่สุด
เอากระต่ายแบบขนปุย ๆ หูโต ๆ ให้น่ารักที่สุดเท่าที่จะหาได้เลยนะคะ
วันนี้เราจะมาทรมานกระต่ายเล่นกัน
อ้อ หรือถ้าจะเรียกกระบวนการนี้ให้ฟังดูดีล่ะก็
ต้องเรียกว่า "การทดสอบสารก่อไข้ในยาฉีดค่ะ"
อันว่าสารก่อไข้นั้นหรือ ก็คือสิ่งที่เมื่อเข้าไปในร่างกายมนุษย์แล้ว
จะก่อให้เกิดความผิดปกติขึ้นค่ะ
ซึ่งแน่นอน เราไม่ต้องการใช่ไหมคะ
ครั้นจะลองฉีดในคนเพื่อดูว่าจะเป็นยังไง ก็คงไม่ดี
เลยต้องใช้กระต่าย ซึ่งมีการตอบสนองต่อไอ้สารพวกนี้ใกล้เคียงกับมนุษย์
มาเป็นกระต่ายทดลองแทนไงล่ะ
ก่อนอื่น คัดเลือกกระต่ายที่น่ารักที่สุด หูยาวที่สุดมาสามตัวค่ะ
จากนั้น เราจะใช้เทอร์โมมิเตอร์...ไอ้แท่งแก้วอันเท่านิ้วก้อยนั่นล่ะค่ะ
สวนทวารเข้าไปวัดอุณหภูมิในตัวมัน แล้วบันทึกไว้
ทำไปทำไม?
รอฟังต่อไปเดี๋ยวจะรู้ค่ะ
ต่อจากนี้เราจะส่งมอบเวทีต่อให้กับ ดร.ครูเอลค่าาาาา
(แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ)
ดร.ครูเอล :
สวัสดีครับ ท่านผู้ชม
อะแฮ่ม หลังจากวัดอุณหภูมิแล้วเราต้องฉีดน้ำเปล่าเข้าไปในหูเจ้ากระต่ายแต่ละตัว
เอาล่ะ ส่งกระต่ายตัวแรกมาสิ
โอ๊ะ ๆ ๆ อย่าดิ้นสิจ๊ะ ไม่รู้เหรอว่า "นี่คือการทรมานเพื่อมนุษยชาติ"
อ้าว ที่เหลือก็ไม่ต้องตกใจไปนะ เดี๋ยวเราก็ได้เป็นแบบเพื่อนแล้ว
ระหว่างที่เจ้ากระต่ายตัวแรกกำลังตัวสั่นงันงกอยู่นั้น
เจ้าสีขาวตัวที่สองผู้แสนโชคร้ายก็โดนขยุ้มตัวขึ้นมาจากพื้น
ปลายเข็มฉีดยาแหลมส่องประกายสีเงินวาวอยู่ใต้ไฟนีออนในห้องแลบ
มันกลัวยิ่งนัก ทว่าจะดิ้น ก็ดิ้นไม่หลุดมือของมนุษย์หน้าโหดผู้นี้
โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ปลายเข็มยาวนั้นก็แทงสวบเข้าในใบหูของมัน
มันผวาเฮือก ก่อนจะทั้งร่างจะสั่นระริก
ดร.ครูเอล :
ฉีดให้ครบสามตัวนะครับ แหม ๆ ตัวสั่นกันใหญ่เชียว ขี้ขลาด ใช้ไม่ได้เลย
เรา้ต้องทำอย่างนี้วันละครั้งซักเจ็ดวัน แล้วจากนั้น เราจะมาเริ่ม "ของจริง" กัน
และเจ็ดวันอันทรมานก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกเหล่ากระต่ายน้อย ๆ
วันนี้ก็เช่นกัน ดร.ครูเอลเดินเข้ามาหาพวกมัน พร้อมเข็มฉีดยาในมือ
ดร.ครูเอล : วันนี้ไม่ฉีดน้ำเปล่าแล้ว เอายามาซิ ยาฉีดนั่นแหละ
อันไหนก็ได้ํซักอัน ทำเหมือนเดิมนะครับ ท่านผู้ชม
ฉีด เสียบ แล้ววัดอุณหภูมิอีกที
อุณหภูมิที่ได้เอาไปทำอะไรน่ะเหรอ ?
ก็เอาไปดูไง ว่ามีกระต่ายตัวไหนใจเสาะ ทนกับสารก่อไข้แค่นี้ไม่ได้มั้ย
ถ้าอุณหภูมิเพิ่มเกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ก็จะมีเพื่อนกระต่ายของมันต้องรับกรรมเพิ่ม
เพราะเราจะต้องเอากระต่ายมาทดลองเพิ่ม
ตายจริง ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าต้องแข็งใจไว้นะ จะได้ไม่มีเพื่อนต้องเจ็บตัวอีก
ดร.ครูเอล : อ้าว นั่น ตัวนั้นเลวที่สุด อุณหภูมิเกินเกณฑ์แล้ว
สำนึกไว้นะ ว่าเจ้าเป็นผู้ที่ทำใ้ห้เพื่อนของเจ้าต้องร่วมชะตากรรมอันโหดร้ายนี้
ไหน ส่งกระต่ายมาอีกห้าตัวซิ
ทำแบบเดียวกันอีก...อะไรนะ ? โหดร้ายเหรอ
โอ๊ยยย มันเป็นการทำเพื่อมนุษยชาติ
นั่นแหละ อย่างนั้น อดทนหน่อยสิ พวกเจ้า
ถ้าอุณหภูมิพวกเ้จ้าเพิ่มเกินเกณฑ์ ยานี่ก็จะไม่ผ่านนะ
ถ้าไม่ผ่าน ยาทั้งล็อตนี่ก็ต้องทิ้งนะ
ดีมาก
ดีมาก
อดทนกันได้ดีมาก
ดร.ครูเอล : ขอบใจมาก ไปกินแครอทกันได้แล้วไป๊
แล้ววันหลังฉันจะจับเจ้ามาทรมาน เอ๊ย ทดลองใหม่
เอนทรี่นี้ เขียนขึ้นสังเวยความอยากอาละวาดของตัวเองค่ะ
วิธีทดสอบที่พูดมาทั้งหมด
เป็นวิธีที่กำหนดอย่างเป็นทางการค่ะ แต่รายละเอียดจะมีมากกว่านี้ค่ะ
แต่ก็ไม่ค่อยจะมีการใช้วิธีนี้แล้วนะคะ เพราะมันโหดเกินไป
จะเลี่ยงไปใช้วิธีอื่นที่ไม่โหดเท่านี้แทน
แต่จะอย่างไรก็ตาม เรายังต้องเรียนวิธีนี้อยู่ และยังต้องสอบอยู่
เพราะฉะนั้น เลยยังบ้าอาละวาดอยู่ค่ะ
ขอให้อาจารย์หนู อาจารย์กระต่าย และเต่า
และอีกหลาย ๆ สายพันธุ์ทุกท่านได้ไปอยู่ในที่ดี ๆ นะคะ
ไม่ว่าอาจารย์จะยินดีกับการที่ตัวเองอุทิศชีวิตเป็นวิทยาทานหรือไม่ก็ตาม